นักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ รุ่นที่ 34


วีรินทร์ เอกอนันต์กุล

นักเรียนโครงการแลกเปลี่ยน AFS, กำลังทำโครงงานร่วมกับ NJC College


MWIT มีโอกาสให้นักเรียนทุกคน”

10 ปีที่แล้ว มีคุณยายและเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนรอและคอยชะเง้อมองดูรถบนถนน พวกเขารออยู่พักหนึ่งก็ได้เห็นขบวนเสด็จฯ ผ่านไป ภายในรถมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับอยู่ เด็กหญิงทำอะไรไม่ถูกจึงได้แต่ยกมือไหว้ หากในตอนนั้นมีใครมาบอกเด็กคนนั้นว่าในอนาคตจะได้เล่นดนตรีและเขียนวารสารถวายแด่พระองค์ท่าน เด็กคนนั้นคงคิดว่านั่นเป็นแค่ฝันที่ไม่มีทางเป็นไปได้

ในตอนแรกที่เข้ามาเรียนที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ แม้จะรู้สึกว่าได้รับโอกาสอันท่วมท้น แต่ MWIT สอนให้ฉันมีความสุขกับการเรียนรู้มากกว่ามุ่งเน้นที่ผลลัพธ์ ฉันตั้งใจและเต็มที่กับทุกโอกาสที่ได้รับ คอยช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ มาตลอด จนถึงงานใหญ่ของโรงเรียนอย่าง ISSF 2025 ในฐานะเจ้าภาพ พวกเรามีหลายอย่างที่ต้องทำ และฉันดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในนั้น ทั้งการเล่นไวโอลินในพิธีเปิดต่อหน้าพระพักตร์และผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก และได้เรียบเรียงเรื่องราวกิจกรรมในแต่ละวันออกมาเป็นวารสารรายวัน

การแสดง MWIT Symphony Orchestra ในงาน ISSF 2025

หลังจาก ISSF 2025 จบลง ฉันก็ได้ทุ่มเทเวลากับการทำโครงงาน ฉันเลือกสมุนไพรท้องถิ่นของจังหวัดน่านคือ มะแขว่น มาหาแนวทางประยุกต์ใช้และเพิ่มมูลค่า ฉันอยากที่จะพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ฉันและเพื่อนอีก 2 คนร่วมกันทำโครงงานเล็ก ๆ นี้อย่างเต็มความสามารถ และแล้วโอกาสก็เข้ามา พวกเราได้ทำโครงงานนี้ร่วมกับเพื่อน ๆ ชาวสิงคโปร์ ได้ทำให้ชาวต่างชาติรู้จักมะแขว่น ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้กัน

ทำโครงงานร่วมกับ NJC College, Singapore

โอกาสเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในชีวิตนักเรียน MWIT ของฉัน แต่ก่อนฉันเคยคิดว่า ฉันเป็นเพียงแค่คนตัวเล็ก ๆ ในโรงเรียนนี้ ไม่ได้สอบได้ที่ 1 ไม่ใช่ผู้แทนประเทศ ไม่ได้เป็นคณะกรรมการนักเรียน แต่ MWIT มีโอกาสให้นักเรียนทุกคนไม่ว่าจะมีความสามารถด้านใด และโอกาสที่ฉันได้รับนั้นมันมากมายกว่าที่จะจินตนาการได้

ขอบคุณโรงเรียนนี้ที่ให้โอกาสฉันได้เติบโตในทุก ๆ ด้าน ได้ประสบการณ์มากมายที่คงหาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว


สุทธิกานต์ เตชะดำรงค์

คณะกรรมการหอพัก รุ่นที่ 34, รองประธานคณะกรรมการสภานักเรียน รุ่นที่ 34


“สร้างให้เป็นคนที่มีทั้งทักษะชีวิตและทักษะทางวิชาการอย่างแท้จริง”

จากจุดเริ่มต้นของนักเรียนผู้มีความสนใจในด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ จนมีความเพียรพยายามสอบเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำของประเทศไทย จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่าสองปีแล้วที่ฉันได้เข้ามาเป็นนักเรียนที่นี่ สิ่งที่ฉันได้รับจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ไม่ใช่เพียงความรู้ทั่วไป แต่เป็นทักษะ องค์ความรู้ ที่สามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาตนเองได้ในอนาคต จากหลักสูตรของโรงเรียนที่มุ่งเน้นสร้างนักเรียนให้พร้อมที่จะเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของสังคมและประเทศ กิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนจึงเป็นการดึงศักยภาพของนักเรียนออกมาใช้อย่างเต็มที่ หรือเป็นกิจกรรมที่อาศัย “Student Empowerment” โอกาสที่ฉันได้รับจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์มากที่สุดจึงเป็นโอกาสที่จะพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม และการเข้าใจผู้อื่น

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ให้โอกาสฉันเป็นผู้นำในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเต็มที่ ทำให้ฉันได้เรียนรู้การทำงานทั้งในบทบาทของผู้นำและผู้ตาม ทักษะที่ฉันได้รับมากที่สุดจากกิจกรรมทั้งหมดคือ ทักษะความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) กิจกรรมค่ายบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ฉันประทับใจมากที่สุด เนื่องจากในกิจกรรมนี้ ฉันมีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการวางแผนกิจกรรมไปจนถึงการจัดค่ายให้น้อง ๆ ตลอดการทำกิจกรรม ฉันได้ตั้งใจที่จะนำสิ่งที่ตนเองมีไปสร้างประโยชน์ให้น้อง ๆ ผู้ด้อยโอกาส ได้ทำความเข้าใจถึงความรู้สึกของน้อง ๆ อย่างแท้จริง ทุกครั้งที่ฉันมีโอกาสได้จัดค่ายบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดคือ ความสุขและรอยยิ้มของน้อง ๆ หลังจากได้ร่วมกิจกรรม สิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์และความรู้สึกที่จะหาไม่ได้เลยในห้องเรียน หากไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริง

ค่ายบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ณ โรงเรียนบ้านระเวิง จังหวัดชลบุรี

นอกเหนือจากทักษะนอกห้องเรียน โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ได้เปิดโอกาสให้ฉันต่อยอดความชื่นชอบด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และนำองค์ความรู้ที่ได้ศึกษามาไปใช้จริงผ่านการทำโครงงานและการแข่งขันมากมาย ฉันได้มีโอกาสพัฒนาโครงงานในหัวข้อที่ตนเองสนใจ โดยมีอาจารย์ผู้มีความสามารถและมีประสบการณ์ให้คำแนะนำเสมอ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ฉันทำปฏิบัติการในห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยที่มีความร่วมมือกับโรงเรียน และนำเสนอผลการศึกษาที่ได้เพื่อเผยแพร่ความรู้และเป็นการพัฒนาทักษะการสื่อสารของฉันได้อย่างดีเยี่ยม

การแข่งขันตอบปัญหาวิทยาศาสตร์การแพทย์และเวชศาสตร์เขตเมืองระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล

นอกจากนี้ฉันยังมีความสนใจในรายวิชาชีววิทยาเป็นพิเศษ และได้มีโอกาสต่อยอดความรู้ในการเข้าร่วมโครงการโอลิมปิกวิชาการ สอวน. ซึ่งมีโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เป็นศูนย์โอลิมปิกวิชาการ ทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างเต็มที่ ฉันจึงได้ต่อยอดความรู้ที่ศึกษามาด้วยการเข้าร่วมการแข่งขันต่าง ๆ ในนามของตัวแทนโรงเรียน ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของฉัน ทุกครั้งที่ได้นำความรู้ในรายวิชาที่ตนเองชื่นชอบไปต่อยอด ทำให้ฉันมีแรงบันดาลใจที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

โอกาสทั้งหมดที่ฉันได้รับจากการศึกษาที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ทำให้ฉันเติบโตมากขึ้นและมีความมั่นใจที่จะต่อยอดความตั้งใจในการพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่สร้างประโยชน์ให้สังคมได้ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์สำหรับฉันจึงเป็นสถานที่ที่สร้างให้เป็นคนที่มีทั้ง “ทักษะชีวิต” และ “ทักษะทางวิชาการ” อย่างแท้จริง


เบญญาภา สว่างสมุทร

คณะกรรมการสภานักเรียน รุ่นที่ 32, ประธานหอพักหญิง คณะกรรมการสภานักเรียน รุ่นที่ 34


“พัฒนาตัวเองไปเป็นคนที่ตัวเองและครอบครัวภูมิใจ”

จากเด็กที่เข้าสู่รั้วมัธยมปลายมาได้ไม่นาน วันหนึ่งได้รับโอกาสให้ทำงานในคณะกรรมการสภานักเรียน (ฝ่ายประชาสัมพันธ์) ถือเป็นโอกาสสำคัญอย่างหนึ่งที่ค่อย ๆ ปลูกฝังเด็กน้อยไร้ความมั่นใจในการคิด ตัดสินใจ ให้กลายเป็นคนที่กล้าคิด พูด และลงมือทำ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ภายในโรงเรียน จนตัดสินใจทำงานในคณะกรรมการหอพัก (รองประธานหอพัก) คณะทำงานจัดกิจกรรมค่าย Pre-MWIT (หัวหน้าฝ่ายพี่กลุ่ม) และอื่น ๆ ในเวลาต่อมา จากการทำงานมากมายเหล่านี้ ทำให้ได้สร้างมิตรภาพใหม่ ๆ ได้พบเจอผู้คนที่มีความสามารถมากมาย และมอบมุมมองที่ต่างออกไปจากเดิม

คณะกรรมการสภานักเรียน รุ่นที่ 32

ไม่ใช่แค่มิตรภาพภายในโรงเรียนแห่งนี้เท่านั้น แต่ยังได้รู้จักกับเพื่อนต่างโรงเรียนจากโครงการ CEP (Community Engagement Program) และเพื่อนต่างชาติจากการเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ Waseda University Honjo Senior High School ประเทศญี่ปุ่น และรายการแข่งขันต่างประเทศ เช่น โครงการ 16th International Symposium จัดโดย Hana Academy Seoul ประเทศเกาหลีใต้ เป็นโอกาสที่หาไม่ได้ง่าย ๆ จากที่ไหน แต่โรงเรียนแห่งนี้พร้อมมอบให้คนที่มองหาและพร้อมรับประสบการณ์ใหม่ ๆ อยู่ตลอด

โครงการ CEP (Community Engagement Program) ปี 2568
โครงการ 16th International Symposium จัดโดย Hana Academy Seoul ประเทศเกาหลีใต้

หากพูดถึงโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ หลายคนคงจะนึกถึงระบบการเรียนที่โหดหินแบบปีศาจ ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ แต่ยังมีเพื่อนเก่ง ๆ ที่คอยช่วยสอนและพาทั้งห้องให้สอบผ่านไปด้วยกัน มีรุ่นพี่คอยแนะนำและให้คำปรึกษา ทำให้สามารถวางแผนการใช้ชีวิตได้ดียิ่งขึ้น จากเด็กที่ลำดับความสำคัญของงานไม่เป็น จัดการความเครียดและความรู้สึกของตัวเองไม่ค่อยได้ แต่โรงเรียนแห่งนี้ได้สอนให้กลายเป็นบุคลากรผู้มีความสามารถได้จริง ๆ

MWIT ได้มอบโอกาสให้ได้ทำกิจกรรมเยอะแยะเต็มไปหมด รวมถึงมอบประสบการณ์การทำงานร่วมกับผู้อื่น สร้างมิตรภาพ และได้ค้นพบตัวตนว่ามีความชอบหรือถนัดในด้านใด ดังนั้นโรงเรียนแห่งนี้ไม่เพียงแต่มอบโอกาสให้ได้ทำอะไรใหม่ ๆ แต่ที่แห่งนี้ได้มอบโอกาสให้ได้พัฒนาตัวเองไปเป็นคนที่ตัวเองและครอบครัวภูมิใจ


ภากร วงษ์อรุณ

รองประธานหอพักชาย รุ่นที่ 34, รองประธานคณะกรรมการสภานักเรียน รุ่นที่ 34


“ขอบคุณตัวเองที่เข้ามาเรียน ณ ที่แห่งนี้”

ไม่เคยคิดว่าจะได้เป็นคนแบบนี้ ณ โรงเรียนแห่งนี้…

เท้าความก่อนว่าอยากเข้าโรงเรียนนี้ตั้งแต่ตอน ม.2 แล้ว เพราะได้ยินว่าโรงเรียนนี้เด่นด้านวิทยาศาสตร์มาก มีครูเก่ง ๆ เพื่อนเก่ง ๆ ผมเองก็อยากเจอสังคมแห่งการเรียนรู้จริง ๆ บ้าง แต่ก็กังวลมากพอสมควร เพราะผมไม่ใช่ “เด็กเรียน” และผมชอบทำกิจกรรมมาก จึงกลัวมาก กลัวจนเคยคิดสละสิทธิ์เรียนที่นี่เลยด้วย กลัวว่าถ้าเข้ามาที่นี่แล้ว ตัวตนจะเปลี่ยนแปลงจากเดิมไหม จะไม่ได้ทำกิจกรรมที่ชอบและเอาแต่เรียนอย่างเดียวหรือเปล่า ผมไม่อยากให้ความเป็นผมหายไปไหนเลย

ผมเข้าสู่รั้วโรงเรียนนี้ครั้งแรกในค่าย Pre-MWIT 2024 ตอนนั้นเป็นธีม “Legend Once Said: ตำนานเล่าขานว่า” ก่อนจะเข้าค่ายก็กังวลมากว่าเพื่อน ๆ พี่ ๆ จะใจดีหรือเปล่า แต่ปรากฏว่าผมชอบทุกอย่างในค่ายนี้มาก ๆ ตั้งแต่ละครค่าย บรรยากาศ หลักสูตรของโรงเรียน รวมถึงเพื่อน ๆ และพี่ ๆ ที่ถึงแม้จะเก่งวิชาการสุด ๆ แต่ก็ใจดีสุด ๆ อะไรที่ไม่รู้ก็พูดคุยกัน ผมเลยตั้งมั่นไว้ว่า ถ้าได้เข้ามาที่แห่งนี้แล้ว จะต้องได้จัดค่าย Pre-MWIT และจะทำให้ค่ายในปีถัดไปสวยงาม น่าจดจำ เหมือนที่พี่ ๆ ได้ทำไว้ให้ได้

เข้าร่วมค่าย Pre-MWIT 2024: Legend Once Said (กลุ่มที่ 21 Mystic Realm)

วันที่สอบติดที่นี่ ได้มาเป็นนักเรียน ม.4 ที่นี่ เอาเข้าจริงเวลาก็ผ่านไปไวมาก แป๊บเดียวก็ได้จัดค่าย Pre-MWIT แล้ว ค่ายปีนั้นคือธีม “The Art Awakens: พิพิธภัณฑ์ ศิลปะ และความทรงจำ” ผมได้รับหน้าที่เป็น “พี่สันฯ” คอยสร้างความสนุกสนานตลอดค่าย พวกเราซ้อมงาน ซ้อมท่าเต้นตลอดเดือน ยิ่งช่วงนั้นต้องแบ่งเวลาไปซ้อมดนตรีพิธีเปิดงาน ISSF 2025 ด้วย งานเลยเยอะสุด ๆ ในวันงานรู้สึกว่าเต็มที่มาก มากเสียจนบางทีก็ลืมกินข้าวเพราะยุ่งกับงานในค่าย มองย้อนกลับไปก็ดูเหนื่อยมาก ๆ แต่อาจเป็นเพราะได้ยินเสียงหัวเราะ ได้เห็นความสนุกสนาน ความสนใจของน้อง ๆ เลยไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิดเดียว สุดท้ายผลลัพธ์ค่าย Pre-MWIT ที่ผมได้เป็นส่วนหนึ่งนั้นก็ออกมาน่าจดจำที่สุด ผมยังจดจำทุกรายละเอียดวันนั้นได้อยู่เลย ผมอยากให้น้องในค่ายจดจำได้ และอยากให้ปีถัดไปเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เป็นสิ่งส่งต่อที่รุ่นพี่ตั้งใจมอบให้

ค่าย Pre-MWIT 2025: The Art Awakens พิพิธภัณฑ์ ศิลปะ และความทรงจำ

ผมยังได้รับโอกาสอื่น ๆ อีกเยอะใน MWIT ที่จริงถ้าให้เล่าทั้งหมดก็อาจไม่พอในหน้ากระดาษ แต่ที่รู้แน่ ๆ คือ สิ่งที่กังวลก่อนเข้ามาที่นี่ กลับไม่เคยรู้สึกเลยแม้แต่นิดเดียว ผมมองเห็นแต่โอกาสให้ได้ทำกิจกรรม ได้ทำค่าย Pre-MWIT อย่างที่อยากทำ ได้ทำวิจัย ได้พบกับอาจารย์ที่มีความรู้ความชำนาญสูง ได้เจอเพื่อน ๆ ในคณะกรรมการสภานักเรียน และคณะกรรมการหอพัก เป็นความทรงจำดี ๆ ในชีวิตของผม

คณะกรรมการหอพักรุ่นที่ 34 และ 35
พิธีกรงาน MWIT Cultural Day 2024

ไม่เคยคิดว่าจะได้เป็นคนแบบนี้ ณ โรงเรียนแห่งนี้ คนที่ได้ทำทุกอย่างที่ตัวเองอยากทำ และทำออกมาอย่างเต็มที่ที่สุด ขอบคุณตัวเองที่เข้ามาเรียน ณ ที่แห่งนี้ “โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์”