ดร.วนรักษ์ ชัยมาโย

นักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ รุ่นที่ 11

Research Information Management & Strategic Data Analytics, มหาวิทยาลัยมหิดล

Email: [email protected]


เมื่อย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ผมเป็นนักเรียนของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (MWIT) สิ่งที่หล่อหลอมตัวผมมากที่สุดอาจไม่ใช่เนื้อหาทางวิชาการใดวิชาการหนึ่ง หากแต่เป็น “วิธีคิด” ที่โรงเรียนปลูกฝังตั้งแต่วันแรก นั่นคือการตั้งคำถามกับปัญหาที่ซับซ้อน การไม่ยอมรับคำตอบแบบสำเร็จรูป และการมองโลกในฐานะระบบที่องค์ประกอบต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

MWIT ไม่ได้สอนเพียงวิทยาศาสตร์ในฐานะองค์ความรู้ แต่สอนวิทยาศาสตร์ในฐานะ “กระบวนการคิด” (scientific reasoning) ที่ต้องอาศัยตรรกะ หลักฐาน และความกล้าที่จะท้าทายสมมติฐานเดิม ๆ บรรยากาศการเรียนรู้เช่นนี้ทำให้ผมคุ้นเคยกับคำถามยาก ๆ และเรียนรู้ที่จะอยู่กับความไม่แน่นอน ซึ่งต่อมากลายเป็นทักษะสำคัญในการทำงานกับปัญหาเชิงระบบใน Real World

หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ผมศึกษาต่อจนถึงระดับปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ และทำงานวิจัยหลังปริญญาเอกด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ เส้นทางนี้เปิดโอกาสให้ผมทำงานวิจัยในบริบทที่หลากหลาย ตั้งแต่งานด้านโครงสร้างผลึกภายใต้ความดันสูงระดับแก่นโลก ไปจนถึงการพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างโปรตีนและ RNA ในระดับโมเลกุล ผลงานวิจัยบางส่วนถูกนำไปต่อยอดสู่การใช้งานจริง ทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า งานวิจัยที่ “ดี” ควรหยุดอยู่ที่การตีพิมพ์ หรือควรไปไกลกว่านั้นเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผมมีโอกาสเป็นผู้นำทีมเข้าร่วมการแข่งขัน NIH Neuro Startup Challenge ซึ่งเป็นการแข่งขัน Business Plan Challenge ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมเห็นอย่างชัดเจนว่า งานวิจัยที่ไม่สามารถถูกนำไปใช้จริง ย่อมมีข้อจำกัดในการสร้าง Real World Impact ห้องปฏิบัติการเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากขาดการออกแบบกระบวนการถ่ายทอด การพัฒนาเชิงพาณิชย์ (commercialization) และระบบสนับสนุนที่เหมาะสม

ต่อมาผมได้ทำงานในบทบาทรองผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นผู้ก่อตั้งศูนย์ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมของมหาวิทยาลัย ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมตระหนักถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญ นั่นคือ แม้มหาวิทยาลัยจะมีองค์ความรู้และผลงานวิจัยที่มีศักยภาพจำนวนมาก แต่กลับเป็นเรื่องยากที่จะมองเห็นภาพรวมว่า “มหาวิทยาลัยมีของดีอะไรอยู่บ้าง” และจะเชื่อมโยงองค์ความรู้เหล่านั้นไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างไร

เมื่อผมได้รับโอกาสทำงานในบทบาทผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์การวิจัย ซึ่งต้องทำงานกับทั้งนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานของระบบวิจัย ผมจึงได้เริ่มต้นพัฒนาแนวคิดของการรวมศูนย์ข้อมูลวิจัย (centralized research data) ผ่านระบบบริหารจัดการงานวิจัยที่ชื่อว่า MUREX Portal (Mahidol University Research Expert Portal) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลนักวิจัย ผลงานวิจัย โครงการทุน สิทธิบัตร และความเชี่ยวชาญต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้ข้อมูลที่เคยกระจัดกระจายสามารถเชื่อมโยงกันเป็นภาพรวมเดียว บนโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว ได้มีการต่อยอดด้วย MUREX AI ซึ่งนำเทคโนโลยี Artificial Intelligence มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจริงในระบบ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร นักวิจัย และผู้กำหนดนโยบาย ตั้งแต่การมองเห็นจุดแข็งของมหาวิทยาลัย การระบุโอกาสในการต่อยอดงานวิจัยจากระบบนิเวศนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย ไปจนถึงการประเมินผลกระทบเชิงสังคมและเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ โดยมีพื้นฐานจากข้อมูลจริง เพราะการสร้าง real-world impact อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องเริ่มจากการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ที่ดีตั้งแต่ต้น

หัวใจของงานด้านโครงสร้างพื้นฐานวิจัยไม่ใช่เพียงการรายงานตัวเลขหรือสถิติ แต่คือการทำให้ข้อมูลครบถ้วนและสามารถ “เล่าเรื่องได้” (data storytelling) เพื่อช่วยให้การตัดสินใจเชิงนโยบายตั้งอยู่บนฐานของข้อมูลจริง (evidence-based policymaking) และเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้โฟกัสกับการสร้างองค์ความรู้ใหม่อย่างเต็มศักยภาพ

ในโอกาสที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ครบรอบ 36 ปี ผมเชื่อว่า MWIT ยังคงมีบทบาทสำคัญในการผลิตคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกรอบของสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง แต่พร้อมจะเป็นผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระบบต่าง ๆ ของประเทศ ความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผล ตั้งคำถามกับสิ่งเดิม และเชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน จะเป็นทักษะที่มีคุณค่ายิ่งในโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับนักเรียน MWIT รุ่นปัจจุบัน อยากบอกว่าเส้นทางชีวิตของคุณไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่เพียงบทบาทใดบทบาทหนึ่ง โลกวันนี้ต้องการคนที่เข้าใจทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และระบบ การกล้าคิดในระดับโครงสร้าง และกล้าลงมือแก้ปัญหาที่ยากและซับซ้อน คือจุดเริ่มต้นของการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง