ทันตแพทย์ วชิรากร พูลเกิด
นักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ รุ่นที่ 26
ผู้ออกแบบตราสัญลักษณ์ 36 ปี โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

ในวาระครบรอบ 36 ปี แห่งการก่อตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ มีแนวคิดในการจัดทำตราสัญลักษณ์ (Logo) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการเฉลิมฉลอง และใช้ในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน ตลอดจนเป็นเครื่องมือสื่อสาร “อัตลักษณ์” และ “ความภาคภูมิใจ” ให้ปรากฏอย่างชัดเจน โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนเก่าและนักเรียนปัจจุบันมีส่วนร่วมด้วยการส่งผลงานการออกแบบตราสัญลักษณ์เข้าประกวด เพื่อถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ ความภาคภูมิใจ และความผูกพันที่มีต่อโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
การประกวดครั้งนี้มีนักเรียนเก่าและนักเรียนปัจจุบันร่วมส่งผลงานทั้งสิ้น 8 ผลงาน ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศคือ ทันตแพทย์วชิรากร พูลเกิด นักเรียนเก่าโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ รุ่นที่ 26
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
หลังจบจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์แล้วไปเรียนต่อที่ไหน และตอนนี้ทำงานอะไรอยู่
หลังเรียนจบ ผมเรียนต่อที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอนนี้ทำงานเป็นทันตแพทย์ใช้ทุนที่โรงพยาบาลบรบือ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม
เคยได้รางวัลจากการประกวดโลโกรายการอื่นอีกไหม
รายการที่ผมเคยส่งประกวดและได้รางวัลนอกจากโลโกครบรอบ 36 ปี MWIT มีอยู่ 3 รายการ
1. ประกวดโลโกฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 75 ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นรางวัลที่ภูมิใจมากที่สุด

2. ประกวดโลโกประจำภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รางวัลชนะเลิศ เป็นงานที่ได้ใช้ความรู้เรื่อง Machine learning และ Analytical geometry มาเป็น element หลักในงานออกแบบ ผมรู้สึกว่าเป็นโลโกที่ลงตัวมาก ๆ

3. ประกวดโลโกของภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายการนี้ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 เป็นรางวัลล่าสุดที่ได้มา
นอกจากนี้ยังมีการประกวดอีกหลายรายการที่ไม่ได้รางวัล หนึ่งในนั้นคือการประกวดโลโกครบรอบ 30 ปี MWIT เมื่อหกปีที่แล้ว
ถ้าพูดถึงงานประกวด ผมยังเคยส่งผลงานประกวดภาพถ่ายด้วย ส่งแบบไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รางวัลเลยด้วยซ้ำ เป็นการประกวดที่จัดโดยมูลนิธิฌอง เอมีล การ์โรซ ร่วมกับ ภาควิชาเทคโนโลยีทางภาพและการพิมพ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รางวัลจากรายการนี้มาทั้งหมดสองครั้งในปี 2023 และ 2024 เป็นรางวัลรองชนะเลิศทั้งสองครั้ง
ทักษะทั้งหมดนี้ผมเรียนรู้ด้วยตัวเอง ถ้ามีโอกาส ก็อยากลองเรียนกราฟิกดีไซน์กับการถ่ายภาพแบบเป็นกิจจะลักษณะบ้าง
แนวคิดหลักที่อยากสื่อสารผ่านตราสัญลักษณ์ 36 ปี โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ คืออะไร ไอเดียแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือ การอยู่ร่วมกันของศาสตร์วิทย์และศิลป์ หรือที่ผมอธิบายในคำอธิบายโลโกว่า The Harmony of Art and Science เพราะเป็นแนวคิดที่ผมคุ้นชินตั้งแต่ตอนเรียน MWIT และเป็น concept ที่เข้าใจได้ง่าย แต่ดูเป็น concept ที่เหมือนจะทำได้ยาก และมี

คามเป็นไปได้แบบไม่รู้จบในการแสดงออกเป็นชิ้นงาน และนั่นคือแนวคิดหนึ่งเดียวที่ผมใช้เป็นแนวทางในการออกแบบ Design piece ชิ้นนี้ ผม treat งานชิ้นนี้เป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง โดยองค์ประกอบภายในนั้นมาจากความรู้วิทยาศาสตร์

สมัยเรียนที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ดูเหมือนจะสนใจด้านศิลปะพอสมควร อยากให้เล่าแรงบันดาลใจที่ทำให้สนใจศิลปะ ทั้งที่เรียนอยู่ในโรงเรียนที่มุ่งเน้นด้านวิทยาศาสตร์
ผมชอบศิลปะ (โดยเฉพาะ visual arts หรือทัศนศิลป์) มาตั้งแต่เด็ก มีแรงบันดาลใจจากคุณแม่ที่วาดรูประบายสีสวย ผมเลยอยากวาดรูปสวย ๆ บ้าง และผมชอบงานอดิเรกประเภทที่สร้างขึ้นมาแล้วสามารถเห็นและจับต้องได้ ทำให้หลังจากนั้นก็คลุกคลีกับการวาดรูประบายสีมาตลอด วาดรูปจนคุณครูดันเข้าสู่วงการประกวดตั้งแต่ประถมต้น-ปลาย แม้กระทั่งตอนมัธยมต้นที่เรียนห้องพิเศษวิทย์-คณิต ก็ยังต้องไปแข่งศิลปะในการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมฯ ให้โรงเรียน แต่ไม่เคยได้รางวัลนะครับ (หัวเราะ) ผมคลุกคลีกับงานประเภทนี้จนได้เข้ามาเรียนใน MWIT
ถ้าถามว่าอะไรทำให้ชอบศิลปะทั้งที่เรียนใน MWIT ผมก็จะบอกว่าปัจจัยหนึ่งมาจากผมชอบศิลปะมาก่อนหน้านี้แล้ว บวกกับ MWIT ทำให้ผมตื่นตากับห้องศิลปะของโรงเรียนเป็นอย่างมาก จริง ๆ คือรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าห้องทดลองที่ล้ำ ๆ เสียอีก ทำให้ผมตั้งปณิธานกับตัวเองว่าตลอดสามปีที่อยู่ที่นี่ จะพยายามเก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์ให้มากที่สุด และสร้างผลงานต่าง ๆ ทั้งที่ไม่เป็นประโยชน์และที่เป็นประโยชน์ ทั้งทำเล่น ๆ และทำจริงจัง ทั้งวิทย์และศิลป์ ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะน้อยคนในโลกที่จะได้มีโอกาสเหมือนผมและเพื่อนพี่น้องในโรงเรียนนี้
นอกจากนี้ MWIT ยังเป็นที่ที่ทำให้ผม shift จากงานศิลปะวาดมือมาเป็นงานกราฟิกมากขึ้นด้วย Skill กราฟิกดีไซน์ ผมได้เรียนรู้ตอนอยู่ MWIT เยอะเหมือนกัน

วันนี้เมื่อมองย้อนกลับไป มีอะไรที่ได้รับการบ่มเพาะจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ แล้วมีผลต่อวิธีคิดหรือเส้นทางชีวิตของเราบ้าง
การมาอยู่ MWIT ทำให้มีโอกาสได้เห็นโลกกว้างขึ้น ได้ตระหนักว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ แต่เป็น Electromagnetic spectrum ที่เต็มไปด้วยเฉดสีและความเป็นไปได้มากมายที่เราอาจยังมองไม่เห็น เหมือนกับที่หลาย ๆ ศาสตร์เชื่อมโยงกันอย่างคิดไม่ถึง
การได้ก้าวออกจากกรอบเดิมของตัวเอง ทำให้เราเข้าใจว่าแท้จริงแล้วเราก็เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ บนฝุ่นกลางอวกาศ ไม่ได้เก่งกาจมาจากไหน และยังมีอีกมากมายให้เรียนรู้
เราเป็นแค่มนุษย์ฝึกหัดในแต่ละวัน ที่พยายามใช้ชีวิตให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อความสุขของทั้งคนอื่นและตัวเราเอง



