นักเรียนเก่าโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาโท-เอก)
ย้อนมอง MWIT: สิ่งที่ค้นพบหลังจบมา 6 ปี
ขวัญลดา ศรีจอมขวัญ
นักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ รุ่นที่ 27
นักศึกษาปริญญาเอกสาขา Cognitive Science ที่ Rensselaer Polytechnic Institute, New York, USA
Email: [email protected]

ชีวิต ม.ปลาย จะสำคัญขนาดไหนกัน?
เมื่อก่อนฉันเคยมองว่าช่วงเวลาแค่ 3 ปี จะลิขิตชีวิตในอีก 60-80 ปี มันเป็นไปไม่ได้ แต่ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาหลังจบจาก MWIT ทำให้ความคิดของฉันเปลี่ยนไป
ช่วงที่อยู่ MWIT ฉันได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนและแข่งขันในต่างประเทศหลายครั้ง ทั้งที่เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และแคนาดา โอกาสเหล่านี้ไม่ได้มาจากความพยายามของตัวนักเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการที่โรงเรียนมีเครือข่ายและทรัพยากรสนับสนุนนักเรียนอย่างดี
การได้ไปต่างประเทศในวัยมัธยมเป็นประสบการณ์ที่เหมือนจะ “จบลงในตอนนั้น” แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับค้นพบว่ามันเป็นแหล่งบทเรียนที่สามารถหยิบขึ้นมาคิดต่อยอดได้ตลอดเวลา ยิ่งเติบโตและมีมุมมองใหม่มากขึ้น ก็ยิ่งค้นพบความหมายใหม่ ๆ ตามไปด้วย ประสบการณ์เหล่านี้จึงกลายเป็นความทรงจำที่ล้ำค่า และยังให้บทเรียนเกี่ยวกับการทำงานร่วมกับผู้อื่นในระดับนานาชาติ ที่มีประโยชน์ต่อเนื่องไม่ว่าในด้านการเรียนหรือการทำงาน
ตอนอยู่ MWIT ฉันเคยกังวลว่า ถ้าทุ่มเทไปแล้วมันไม่ใช่เส้นทางที่ “ใช่” จะทำอย่างไร ตอนอยู่ MWIT ฉันทำโครงงานด้านฟิสิกส์ พร้อมทั้งทำกิจกรรมหลายอย่างทั้งชุมนุม Model United Nations (MUN), ไปดูงานที่ CERN, และ สอวน. ภูมิศาสตร์ แต่ปัจจุบันกำลังเรียนปริญญาเอกสาขา Cognitive Science และทำวิจัยด้าน Neurosymbolic AI ผิวเผินอาจดูเหมือน “เปลี่ยนสาย” แต่ 6 ปีให้หลัง ฉันยืนยันได้ว่าความรู้และทักษะทั้งหมดจาก MWIT นั้นยังได้ใช้อยู่ และสิ่งสำคัญที่สุดที่กิจกรรมเหล่านั้นให้คือ self-efficacy หรือความเชื่อมั่นในตนเอง ซึ่งทำให้ฉันทำงานได้มีประสิทธิภาพและฝ่าฟันอุปสรรคได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านที่คุ้นเคยหรือไม่ก็ตาม

อาจารย์ที่ปรึกษาปริญญาเอกของฉันมักจะพูดว่า “ปัญญา” ไม่ได้เกิดจากสมองเท่านั้น แต่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมอง สังคม และบริบท (Situated Cognition) สิ่งสำคัญที่ได้รับจาก MWIT คือ การอยู่ในสังคมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ได้ใกล้ชิดกับอาจารย์และเพื่อนเก่ง ๆ หากไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมนี้ ฉันคงไม่มีโอกาสรู้จักสาขา Cognitive Science ที่ตรงกับความสนใจของฉันมากที่สุด (ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์จตุพร พันตรี อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ที่แนะแนวเส้นทางการศึกษานี้ให้) และในที่สุดแล้ว ประสบการณ์จาก MWIT เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจรับทุนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่สำคัญและบ่งบอกเส้นทางชีวิตในอีกหลายสิบปีข้างหน้าจริง ๆ
ท่านผู้อ่านอาจคิดว่าบทความนี้ไม่ค่อยเป็นวิทยาศาสตร์ มี sample แค่คนเดียว และมี confound มากมาย จะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรได้จาก MWIT จริง ๆ อะไรได้จากที่อื่น แต่ชีวิตหนึ่งใช้ชีวิตได้แค่ครั้งเดียว ฉันคิดว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้เป็นศิษย์เก่า MWIT และถ้าได้เลือกอีกครั้ง ก็ยังจะเลือกที่นี่
ในโอกาสโรงเรียนครบรอบ 36 ปี หวังว่าทุกคนจะช่วยกันสนับสนุนให้ MWIT ยังเป็นสังคมที่เปิดโลกและให้ความรู้ที่สำคัญให้กับนักเรียน ทั้งในและนอกห้องแล็บต่อไป

เอมวิท: จุดเริ่มต้นของการบูรณาการศาสตร์ สู่เส้นทางความฝันในการวิจัยและค้นพบยาชนิดใหม่
ชลภัทร วรงค์ชยกุล
นักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ รุ่นที่ 26
นักศึกษาปริญญาเอกที่ Department of Chemistry, University of California, Berkeley และ Joint BioEnergy Institute
Email: [email protected], [email protected]

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ได้ปลูกฝังจิตวิญญาณความเป็นนักวิทยาศาสตร์ให้กับผม และสอนให้ผมบูรณาการความรู้จากหลายสาขาเพื่อตั้งคำถาม คิดนอกกรอบ และสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ บนพื้นฐานของเหตุผลและหลักการทางวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน ผมมีความสนใจด้านเคมีและชีววิทยาเป็นพิเศษ และเริ่มตระหนักถึงปัญหาเชื้อโรคดื้อยา รวมถึงความจำเป็นในการค้นพบโมเลกุลยาใหม่เพื่อทดแทนยาที่มีประสิทธิภาพลดลง (Blaskovich and Cooper, 2025) หลังจบการศึกษาจากโรงเรียน ผมจึงเลือกศึกษาต่อทางเคมีและชีววิทยา ด้วยความหวังที่จะสามารถมาแก้ปัญหาเรื่องเชื้อดื้อยาโดยการค้นพบยาใหม่ ๆ ได้
ปัจจุบันผมกำลังศึกษาในระดับปริญญาเอก และทำงานวิจัยเกี่ยวกับกลุ่มเอนไซม์ขนาดใหญ่ polyketide synthase (PKS) ซึ่งพบในแบคทีเรีย เชื้อรา และพืชบางชนิด ที่ทำหน้าที่สังเคราะห์ยาที่พบได้ในธรรมชาติ เช่น Tetracycline, Borrelidin และ Erythromycin (Sherman and Smith, 2006) ยากลุ่มนี้มีโครงสร้างทางเคมีที่ซับซ้อน และโดยทั่วไปผลิตได้จากการเพาะเลี้ยงจุลชีพที่สร้างสารเหล่านี้โดยตรง แทนการสังเคราะห์ทางเคมีซึ่งต้องใช้หลายขั้นตอน ส่งผลให้การศึกษาและพัฒนาอนุพันธ์ของยาจากระบบ PKS ยังมีข้อจำกัด

ตัวอย่างของอนุพันธ์ยาจาก PKS ได้แก่ Azithromycin (ชื่อทางการค้า Zithromax) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของ Erythromycin ที่ถูกปรับปรุงโครงสร้างด้วยการสังเคราะห์ทางเคมี ส่งผลให้มีคุณสมบัติทางยาที่ดีขึ้น (Robertsen and Musiol-Kroll, 2019) นอกจากนี้ยังมีการค้นพบอนุพันธ์ของ Borrelidin ถึง 19 อนุพันธ์ในธรรมชาติ และยังมีการค้นพบใหม่เรื่อย ๆ ซึ่งมีคุณสมบัติทางชีวภาพแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยหลายกรณีเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของโมเลกุลเพียงตำแหน่งเดียว (Kurniawan et. al., 2025)

ตัวอย่างอนุพันธ์ต่าง ๆ ของ Borrelidin ที่ค้นพบในธรรมชาติ ดัดแปลงจาก “Synthetic Approach to Borrelidin Fragments: Focus on Key Intermediates” โดย Kurniawan et al. (2025)อย่างไรก็ตามอนุพันธ์ของยาจาก PKS ที่พบในธรรมชาติมักเกิดจากการดัดแปลงโครงสร้างในยาเพียงไม่กี่ตำแหน่งของโมเลกุลเท่านั้น งานวิจัยของผมจึงมุ่งศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ไม่พบในธรรมชาติ โดยอาศัยแนวคิด mutasynthesis ที่ศึกษาว่าเอนไซม์ PKS จะสามารถใช้สารตั้งต้นซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ในการผลิตอนุพันธ์ใหม่ ๆ ภายในเซลล์แบคทีเรียได้หรือไม่ หากสามารถผลิตอนุพันธ์ของยากลุ่ม polyketide ได้หลากหลายมากขึ้น การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างของโมเลกุลกับฤทธิ์ทางชีวภาพ (structure–activity relationship) จะไม่ถูกจำกัดด้วยข้อจำกัดของการสังเคราะห์ทางเคมีอีกต่อไป และอาจนำไปสู่แนวทางใหม่ในการค้นพบยาชนิดใหม่
งานวิจัยของผมตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่างเคมีกับชีววิทยา โดยผสานองค์ความรู้ด้านการสังเคราะห์สารอินทรีย์ วิศวกรรมโปรตีน และพันธุศาสตร์เข้าด้วยกัน ซึ่งพื้นฐานและความสนใจในสาขาเหล่านี้ เริ่มต้นมาจากห้องเรียนเคมีและชีววิทยาที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ศาสตร์เหล่านี้ช่วยให้ผมเข้าใจกลไกของยาปฏิชีวนะในกลุ่ม polyketide ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสในการบุกเบิกแนวทางใหม่ ๆ สำหรับการค้นพบยา รวมถึงการพัฒนาวิธีการศึกษาโครงสร้างและฤทธิ์ของยาในอนาคต
อ้างอิง
Blaskovich, M.A., and Cooper, M.A. (2025). Antibiotics re-booted—time to kick back against drug resistance. npj Antimicrobials and Resistance, 3(1). doi:10.1038/s44259-025-00096-1.
Kurniawan, Y.D. et al. (2025). Synthetic approach to borrelidin fragments: focus on key intermediates. Beilstein Journal of Organic Chemistry, 21, 1135-1160. doi:10.3762/bjoc.21.91.
Kwan, D.H., and Schulz, F. (2011). The stereochemistry of complex polyketide biosynthesis by modular polyketide synthases. Molecules, 16(7), 6092-6115. doi:10.3390/molecules16076092.
Robertsen, H.L., and Musiol-Kroll, E.M. (2019). Actinomycete-derived polyketides as a source of antibiotics and lead structures for the development of new antimicrobial drugs. Antibiotics, 8(4), 157. doi:10.3390/antibiotics8040157.
Sherman, D.H., and Smith, J.L. (2006). Clearing the skies over modular polyketide synthases. ACS Chemical Biology, 1(8), 505-509. doi:10.1021/cb600376r.
แผนที่และชีวิต จุดเริ่มต้นเส้นทางวิจัยที่มหิดลวิทยานุสรณ์
วัชรพงษ์ วงษ์แก้ว
นักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ รุ่นที่ 26
นักศึกษาปริญญาโทที่ M.Sc. Civil Engineering, Center for Spatial Science (CSIS), The University of Tokyo
Email: [email protected], [email protected]
ชีวิตของทุกคนย่อมคุ้นเคยกับคำถาม แต่จะมีสักกี่คำถามที่เราจะทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และเวลากว่าค่อนชีวิตเพื่อหาคำตอบที่ไม่รู้ว่าจะมีอยู่จริงหรือเปล่า ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยปัญหา สิ่งที่เราต้องมีเพื่อไปให้ถึงจุดมุ่งหมายย่อมเป็น “แผนที่” และ “เข็มทิศ” ซึ่งเรื่องราวที่ผมจะนำมาแบ่งปันให้ทุกคนต่อจากนี้ คือจุดเริ่มต้นการวาดเขียนแผนที่ หรือเส้นทางชีวิตของผมเอง
“ทำไมผู้คนจึงเดินทาง?”
“ทำไมรถยนต์จึงเป็นคำตอบของคนเหล่านั้น?”
“เราสามารถจำลองลักษณะการเดินทางของมนุษย์ได้อย่างไร?”
คำถามเหล่านี้อาจฟังดูเป็นวิชาการ แต่แท้จริงแล้วมันเกิดขึ้นจากสิ่งที่ผมรักและชอบตั้งแต่เด็ก นั่นคือการเดินทางและการท่องเที่ยว ผมชอบดูแผนที่ วางแผนเส้นทาง และสังเกตว่าผู้คนเดินทางอย่างไร ทุกครั้งที่ออกเดินทาง ผมมักจะสังเกตพฤติกรรมของผู้คนรอบข้างว่าพวกเขาเลือกวิธีการเดินทางอย่างไร รอที่ไหน และเปลี่ยนเส้นทางเพราะอะไร
เมื่อปี พ.ศ. 2559 ผมได้รับโอกาสจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (MWIT) ให้เป็นตัวแทนร่วมแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิก ตอนแรกผมไม่ได้คิดว่าตัวเองจะชอบวิชานี้ แต่พอได้เรียนรู้จริง ๆ ผมถึงรู้ว่านี่คือสิ่งที่ผมชอบ ภูมิศาสตร์ไม่ใช่แค่การท่องชื่อประเทศหรือเมืองหลวง แต่คือการเข้าใจ “พื้นที่” ในมิติของความสัมพันธ์ระหว่างคน กิจกรรม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการคิดเชิงพื้นที่ (Spatial Thinking) นี้เองที่ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของงานวิจัยที่ผมทำในปัจจุบัน
ผมมองว่าการเรียนที่มหิดลวิทยานุสรณ์ได้สอนให้ผม “ตั้งคำถาม” และ “คิดวิธีหาคำตอบ” ครั้งแรกที่ผมได้นำประสบการณ์เหล่านี้ไปต่อยอดคือช่วงเวลาที่ผมได้มีโอกาสศึกษาในภาควิชาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมได้เริ่มทำงานวิจัยด้านระบบขนส่งสาธารณะร่วมกับคณาจารย์ ซึ่งประสบการณ์ที่กล่าวมาทำให้ผมสามารถมองเห็นถึงปัญหาที่แท้จริง มีความกล้าที่จะนำเสนอ และมีศักยภาพที่จะตีพิมพ์งานวิจัยออกมาด้วยวิสัยทัศน์ของตัวเอง และงานวิจัยเหล่านั้นก็ได้เปิดโอกาสให้ผมได้มาศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์สารสนเทศเชิงพื้นที่ ณ ประเทศญี่ปุ่น

จาก “Spatiotemporal dynamics of land use and ridership: A geographically weighted regression analysis of Bangkok’s MRT Blue Line” โดย วัชรพงษ์ วงษ์แก้ว, กองทัพ วานิชเจริญพร และ พงษ์สันธ์ บัณฑิตสกุลชัย (2025).
ถึงแม้จะได้เดินทางมาไกลขนาดนี้ บางครั้งผมก็ยังมีคำถามกับตัวเองว่า
“เราจะไปได้ไกลแค่ไหน?”
“งานวิจัยที่ผมทำจะสามารถสร้างผลกระทบที่แท้จริงได้ไหม?”
“การศึกษาพฤติกรรมการเดินทางของผู้คนจะช่วยแก้ปัญหาจริง ๆ ได้ไหม?”
หรือ “ความหลงใหลในการเดินทางและภูมิศาสตร์ของผม จะพาไปสู่จุดหมายที่ยังมองไม่เห็นชัดเจน?”
คำถามเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผมหยุด แต่กลับเป็นแรงผลักดันให้ก้าวต่อไป เพราะผมเชื่อว่า การเดินทางที่แท้จริงไม่ใช่แค่การไปถึงจุดหมาย แต่คือการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อม ๆ กับทุกย่างก้าว
สำหรับผม สิ่งสำคัญที่ MWIT ให้นั้นไม่ใช่ความรู้ แต่เป็นวิธีที่จะมองโลกผ่านวิสัยทัศน์ของตัวเอง และความกล้าที่จะลองผิดลองถูก ผมยินดีมากทุกครั้งที่ได้กลับไปที่ MWIT เป็นวิทยากรในโครงการโอลิมปิกวิชาการ สอวน. วิชาภูมิศาสตร์ และได้พูดคุยกับทุกคน ทำให้ผมมีโอกาสส่งต่อสิ่งที่ได้รับมา และได้เห็นน้อง ๆ ตั้งคำถามที่น่าสนใจ และเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจมากมาย
ที่สุดแล้ว ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนมี “แผนที่” เส้นทางที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน สิ่งสำคัญคือการได้เดินบนเส้นทางที่เลือกเองด้วยความมุ่งมั่นและความหวัง และโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์คือจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้ผมสามารถกำหนดเส้นทางนั้นด้วยสายตาและหัวใจของตัวเองอย่างแท้จริง

อ้างอิง
Blaskovich, M.A., and Cooper, M.A. (2025). Antibiotics re-booted—time to kick back against drug resistance. npj Antimicrobials and Resistance, 3(1). doi:10.1038/s44259-025-00096-1.
