นักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ รุ่นที่ 35
อภิชาติ ชัยสาร
คณะกรรมการสภานักเรียน รุ่นที่ 33
“โอกาสที่จะใช้ชีวิตช่วงสั้น ๆ นี้ในแบบที่ผมคิดว่า “คุ้มค่า” มากที่สุดแล้ว”
โอกาส หมายถึง ช่อง ทาง หรือจังหวะแห่งชีวิตที่เหมาะสมในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หากจะกล่าวว่ามีโอกาสที่ได้รับโดยอัตโนมัติเมื่อเข้ามาเป็นนักเรียนก็คงจะไม่ถูกนัก เพราะโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เป็นโอกาสในตัวเอง เป็นโอกาสครั้งหนึ่งที่จะสามารถเข้ามาค้นหาโอกาสอื่น ๆ ได้
วันแรกที่ผมได้เข้ามาที่โรงเรียนแห่งนี้ในฐานะนักเรียนคือกิจกรรมค่าย O-Camp ทำให้ได้ทำความรู้จักกับรุ่นพี่ที่ผมก็คงจะไม่ได้รู้จักหากไม่ได้มาเรียนที่โรงเรียนนี้ ต่อมาก็ได้เป็นผู้ให้โอกาสผมและได้ทำงานร่วมกันหลายครั้ง ทั้งรุ่นพี่ที่เป็นนักเรียนเก่ารุ่นที่ 31 และ 32 และรุ่นที่ 33 และ 34 ในคณะกรรมการสภานักเรียน
ในวันปกติวันหนึ่ง ผมถามอาจารย์ท่านหนึ่งว่า “อาจารย์ใช่อาจารย์ที่มีคนพูดถึงเรื่องอนุกรมวิธานพืชไหมครับ” และด้วยสาเหตุและความโชคดีบางประการ ผมก็ได้เข้ามาทำปฏิบัติการและงานวิจัยร่วมกับอาจารย์ท่านนี้ และต่อยอดสู่การเป็นโครงงาน อาจารย์ก็ให้เวลากับผมที่ไม่ได้มีพื้นฐานความรู้ดีนัก บางวันดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว แต่เราก็ยังทำงานกันต่อไป และอีกหลายเดือนต่อมา อาจารย์ก็มาชวนผมให้ร่วมทำงานกับนักวิจัยท่านหนึ่งจากประเทศฝรั่งเศสด้วย ผมไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ทำงานในระดับที่ใหญ่เพียงนี้

ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ก็ถึงช่วงเวลาการสอบคัดเลือกเข้าโครงการ สอวน. ประจำปีการศึกษา 2568 ซึ่งผมลงสมัครคัดเลือกในวิชาชีววิทยาและคอมพิวเตอร์ ก่อนหน้านั้นก็มีรุ่นพี่มาสอนเนื้อหา ให้คำปรึกษา และให้กำลังใจ ในโครงการพี่ช่วยน้อง สอวน. ทำให้ผมที่ไม่เคยสอบได้ในปีที่ผ่านมา ได้เข้ามาเรียนรู้ต่อในค่ายจนถึงตอนนี้ และยังมีพี่อีกสองคนจากรุ่น 31 และ 33 ที่มาคอยแนะนำการเรียนและการทำปฏิบัติการต่าง ๆ ให้อีกด้วย
ในช่วงเวลาเดียวกัน ยังมี “อาจารย์ประจำชั้น” ทั้งสี่ท่านที่ให้คำแนะนำอยู่เสมอ คอยเล่าข่าวต่าง ๆ ให้ทันต่อโลกปัจจุบัน และคอยมาเตือนพวกผมว่าอย่าลืมส่งบันทึกกิจกรรม การบ้าน และงานต่าง ๆ ในทุก ๆ เช้า มี “อาจารย์ประจำวิชา” ที่ให้ความรู้และช่วยพวกผมเมื่อไม่เข้าใจเนื้อหา มีอาจารย์ที่คอยดูแลตอนผมเดินทางไปทำโครงงานอีกโครงงานหนึ่งในมหาวิทยาลัยมหิดลตั้งแต่หลังเลิกเรียนถึงค่ำในหลาย ๆ วัน และยังมีอีกท่านที่ลืมไปไม่ได้ นั่นคืออาจารย์ผู้ดูแลหอพักที่เราเรียกกันว่า “อาจารย์หอ” ที่ขึ้นมาทักทายถึงห้อง และบอกให้นอนในหลาย ๆ คืน
จนถึงปัจจุบัน ผมได้รับโอกาสที่จะได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศิลปศาสตร์อย่างเต็มที่ ได้รับโอกาสที่จะทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ และพี่ ๆ ได้รับโอกาสในการเรียนในค่าย สอวน. วิชาชีววิทยา ได้รับโอกาสในการทำวิจัยร่วมกับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ และได้รับโอกาสที่จะใช้ชีวิตช่วงสั้น ๆ นี้ในแบบที่ผมคิดว่า “คุ้มค่า” มากที่สุดแล้ว
ขอขอบคุณโรงเรียนแห่งนี้ คุณพ่อ คุณแม่ อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และผู้ปกครองทุกท่าน รวมทั้งพี่ ๆ และเพื่อน ๆ ทุกคนที่ให้โอกาสและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของผมในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และผมขอเชิญชวนทุกท่านที่กำลังอ่านเรื่องราวของเด็กนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์คนหนึ่งในวันนี้ มาร่วมกันต่อ “โอกาส” ที่ชื่อว่า “โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์” นี้ไปด้วยกัน

แทนขวัญ ปิ่นประชา
คณะกรรมการหอพัก รุ่นที่ 35
“เปิดรับโอกาสที่โรงเรียนมอบให้เพื่อค้นหาตัวเองในทุก ๆ ด้าน”
การได้ก้าวเข้ามาในโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เป็นการอยู่โรงเรียนประจำและโรงเรียนวิทยาศาสตร์ครั้งแรกของฉัน ทำให้ต้องปรับตัวทั้งด้านความรับผิดชอบ การบริหารเวลา และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น อย่างไรก็ตามตลอดปีการศึกษาแรกที่ผ่านมา ฉันกลับพบว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่การปรับตัว หากแต่เป็นช่วงที่ได้รับโอกาสในการเติบโตขึ้น
โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เปรียบเสมือนเวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถแสดงศักยภาพหลากหลายด้าน โดยเฉพาะด้านวิชาการ โรงเรียนเปิดพื้นที่ให้ค้นหาตัวเองในทุก ๆ แขนงของวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปศาสตร์ หลักสูตรที่ออกแบบให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ในการต่อยอดเพื่อการวิจัย รวมถึงห้องปฏิบัติการที่มีความทันสมัย ทำให้โอกาสที่จะทำงานวิจัยและสร้างนวัตกรรมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมมือ การผ่านคัดเลือกเข้าโครงการ สอวน. วิชาภูมิศาสตร์ ในปีที่ผ่านมาทำให้ฉันได้ประสบการณ์การเรียนที่เข้มข้นและท้าทาย รวมทั้งได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวและรับมือกับเนื้อหาที่ยากขึ้น พัฒนาความมุ่งมั่นและความมีวินัยในตัวเอง

ถึงแม้โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์จะเป็นพื้นที่แห่งความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่ก็ยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงศักยภาพด้านอื่น ๆ ฉันได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าห้องชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/6 และต่อมาก็ได้รับหน้าที่เป็นคณะกรรมการหอพักฝ่ายอาคารและสถานที่ ซึ่งเป็นการทำงานในองค์กรครั้งแรกของฉัน
ในการทำงานห้องครั้งแรก ฉันเคยกลัวว่าจะรับผิดชอบงานทั้งหมดคนเดียว แต่ความจริงแล้ว แค่ขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ ทุกคนก็เต็มใจที่จะช่วย ทำให้ความกังวลในช่วงเริ่มต้นค่อย ๆ คลี่คลายลง เมื่อได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการสื่อสารและการทำงานเป็นทีม ในทุกครั้งที่เข้าประชุม การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นควบคู่กับการแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล เป็นบทเรียนสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี

โรงเรียนยังจัดกิจกรรมสำคัญอย่าง MWIT Science Festival and Open House และ Pre-MWIT ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้มีบทบาทเป็นตัวแทนของโรงเรียนในการต้อนรับผู้มาเยี่ยมชม นอกจากนี้ฉันยังมีโอกาสทำหน้าที่เป็นพิธีกรภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เป็นผู้นำเชียร์ในกีฬาศรีตรังเกมส์ และแสดงละครค่าย Pre-MWIT ในทุก ๆ บทบาทที่กล่าวมาได้หล่อหลอมฉันให้กล้าลองทำอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ทำ ถึงแม้ตอนแรกจะกลัวที่ต้องคัดเลือก กลัวว่างานจะยาก รวมถึงกลัวการถูกปฏิเสธ แต่สุดท้ายแล้วฉันก็ได้พบว่าในทุก ๆ กิจกรรมที่ทำนั้น ทำให้ฉันโตขึ้นทั้งในด้านอารมณ์และประสบการณ์ ทำให้ฉันค้นพบตัวตนอีกมุมหนึ่งที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อน และทำให้ฉันกล้าที่จะเสี่ยงโดยไม่กลัวความผิดหวังที่จะเกิดหากล้มเหลว ปีแรกในรั้ว MWIT ไม่ใช่เพียงแค่การปรับตัวเข้ากับสถานที่ใหม่ แต่ฉันได้เปิดรับโอกาสที่โรงเรียนมอบให้เพื่อค้นหาตัวเองในทุก ๆ ด้าน สร้างความมั่นใจให้ฉันกล้าที่จะเดินต่อไปข้างหน้า และเติบโตขึ้นในอีก 2 ปีที่เหลือใน MWIT

ณัฏฐเชษฐ์ วัฒนรังสรรค์
คณะกรรมการมัลติมีเดีย
คณะกรรมการหอพัก รุ่นที่ 35
“เสริมสร้างทักษะในการทำงานจริงในอนาคต”
การได้เข้ามาเรียนในรั้วมหิดลวิทยานุสรณ์ช่วยเพิ่มประสบการณ์มากมาย นอกเหนือจากการเรียนรู้ทางวิชาการ ที่นี่ยังมอบโอกาสในการทำกิจกรรมที่ชอบและการเป็นคณะกรรมการต่าง ๆ
ผมชอบเล่นดนตรีจึงได้เข้าร่วมชุมนุมเปียโนที่ MWIT และในเทอมแรกก็ได้เข้าร่วมประกวด MWIT Music Talent ในกิจกรรมประกวดแข่งขันทักษะศิลปศาสตร์ เพราะเห็นว่าเป็นโอกาสที่จะได้แสดงความสามารถ และเป็นเวทีแรกของการประกวดแสดงเปียโนอย่างจริงจัง สุดท้ายผมได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ Popular Vote จนถึงตอนนี้ผมก็ยังอยู่ชุมนุมเปียโน

ตัวผมเองเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการมัลติมีเดียหรือโสตทัศนูปกรณ์ และยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการหอพัก รุ่นที่ 35 อีกด้วย ประสบการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยมีโอกาสได้รับในโรงเรียนอื่น ๆ ทำให้ตัวผมเองภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในคณะกรรมการต่าง ๆ ที่โรงเรียนนี้มอบหมายให้ผม การทำงานในคณะกรรมการมัลติมีเดียหรือโสตทัศนูปกรณ์ ช่วยเปิดโลกแห่งกิจกรรมใหม่ ๆ ให้ผม ผมได้รับหน้าที่เป็นช่างภาพในงานโรงเรียนหลาย ๆ งาน รวมถึงได้รู้จักเพื่อน ๆ และพี่ ๆ ร่วมงาน ที่คอยแลกเปลี่ยนความเห็น ช่วยเหลือกัน และสนิทใกล้ชิดจากการร่วมงานมาตลอด 1 ปี
ในอีกส่วนหนึ่ง การเป็นหนึ่งในคณะกรรมการหอพักก็ช่วยมอบประสบการณ์การทำงานเป็นองค์กรเสมือนจริง ถึงแม้ว่าจะเพิ่งเริ่มปฏิบัติงานได้ไม่นาน แต่ก็ช่วยให้ผมคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมของการทำงานจริง ๆ ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนนอกเหนือไปจากการได้ความรู้และวิชาการ และผมเชื่อว่าประสบการณ์การทำงานที่โรงเรียนมอบให้นั้น จะช่วยเสริมสร้างทักษะในการทำงานจริงในอนาคตของผมแน่นอน

มธุริมา บุรีนอก
คณะกรรมการสภานักเรียน รุ่นที่ 33
“MWIT ทำให้ฉันเติบโตอย่างก้าวกระโดด”
การได้มาเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ในฐานะนักเรียนรุ่นที่ 35 ถือเป็นโอกาสที่เกินความคาดหวังที่สุดแล้วในตอนนั้น แต่พอได้เข้ามาเรียนจริง ๆ ก็ทำให้ได้รู้ว่าโรงเรียนเป็นประตูสู่โอกาสที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต โอกาสครั้งสำคัญที่สุดที่ได้รับคือการได้ทำงานให้โรงเรียนในฐานะคณะกรรมการสภานักเรียนรุ่นที่ 33 ฝ่ายประชาสัมพันธ์

บทบาทนี้เปิดโอกาสและมุมมองใหม่ ๆ ให้ฉันเยอะมาก ทั้งเรื่องการทำงานและผู้คนที่ได้พบเจอ เป็นก้าวแรกที่ทำให้ฉันได้รู้จักคนมากขึ้นและมีคนรู้จักฉันมากขึ้น เริ่มจากพี่ ๆ รุ่นที่ 33 และ 34 ถ้าหากไม่ได้มารู้จักกันในคณะกรรมการสภานักเรียน ก็คงจะเป็นแค่พี่ ๆ ที่เดินผ่านกันในโรงเรียนเท่านั้น ถัดมาคืออาจารย์หลาย ๆ ท่านที่ไว้วางใจให้ได้เป็นพิธีกรในเวทีต่าง ๆ เช่น กิจกรรมเข้าแถวรวมของนักเรียน งานทำบุญตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ เป็นผู้ประกาศรางวัลการแข่งขันกีฬาภายในศรีตรังเกมส์ ครั้งที่ 34 เป็นผู้ประสานงาน MWIT – KVIS Sports Festival งานที่ฉันชอบมากที่สุดคือการได้มีโอกาสเป็นพิธีกรกล่าวต้อนรับคณะแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศ เช่น CSIA (สหราชอาณาจักร), SSHS (เกาหลีใต้), Waseda และ Otemae University (ญี่ปุ่น)

งานที่ได้รับมามีเยอะมาก ถึงแม้ว่าจะเหนื่อย แต่ก็เป็นงานที่สนุกและได้รับผลตอบแทนที่มีค่าอย่างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากเพื่อน พี่ อาจารย์ และคณะกรรมการสภานักเรียนคนอื่น ๆ โดยเฉพาะงาน MWIT Science Festival and Open House 2025 ที่ผ่านมา ฉันได้เป็นเฮดกิจกรรม “น้องถาม พี่ตอบ” ที่ทำให้ได้ส่งต่อความตั้งใจและประสบการณ์ดี ๆ ให้น้อง ๆ ที่มีความฝันเดียวกัน ทำให้ฉันรู้จักวางแผน พูดคุยกับคน จัดการปัญหา บริหารเวลา และรับมือกับความเครียดได้ดีมากขึ้น งานนี้เป็นงานใหญ่ที่สุดที่เคยได้รับและเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดของปี 2025 เลยก็ว่าได้

1 ปีของการเป็นนักเรียนที่ MWIT ทำให้ฉันเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเป็นผู้ใหญ่มาก ๆ เป็นความภูมิใจที่ไม่มีที่สิ้นสุดที่บันทึกลงในความทรงจำในฐานะโอกาสที่โรงเรียนนี้มอบให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง นอกเหนือจากการเป็นคณะกรรมการสภานักเรียนแล้ว ฉันยังมีโอกาสได้ทำงานอื่น ๆ ในโรงเรียนอีกมากมาย เช่น การเล่นดนตรีไทยในพิธีไหว้ครู การร่วมทำบุญในวันสำคัญต่าง ๆ การเป็นพี่กลุ่มในงาน Pre-MWIT 2026

ในงานกีฬาศรีตรังเกมส์ ครั้งที่ 34 ที่ผ่านมา ฉันก็ได้เข้าร่วมในฐานะคณะผู้นำเชียร์ สังกัดสีเขียว นั่นทำให้ได้รู้จักเพื่อน ๆ เพิ่มขึ้นอีกหลายคน เพราะใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งวัน ซ้อมตั้งแต่เช้าจรดค่ำ กินข้าวด้วยกันเกือบทุกมื้อ มันสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นทั้งในรุ่นเดียวกันและต่างรุ่น สร้างโอกาสที่ทำให้ได้มี connection ระหว่างเพื่อนต่างห้องและรุ่นพี่ต่างห้อง รวมไปถึงอาจารย์หลาย ๆ ท่านอีกด้วย
ประสบการณ์ทั้งหมดเป็นสิ่งที่คอยเติมเต็มให้ฉันได้ใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนแห่งนี้อย่างเต็มที่มาก ๆ ไม่เพียงแต่กิจกรรม งานด้านวิชาการก็มีโอกาสได้เข้าร่วมอยู่บ่อย ๆ ทั้งกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกับมหาวิทยาลัย ค่ายส่งเสริมการเรียนรู้ โครงการโอลิมปิกวิชาการ การแข่งขันทางวิชาการต่าง ๆ ที่ถ้าหากไม่ได้มาเป็นนักเรียนที่นี่ก็คงไม่มีโอกาสได้ทำสิ่งเหล่านี้ ขอขอบคุณเพื่อน ๆ พี่ ๆ และคณะอาจารย์ทุกคนที่ให้โอกาสดี ๆ และสนับสนุนเสมอมาในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมานี้ ทำให้ฉันมีความสุขกับการได้อยู่ที่นี่ในฐานะนักเรียนรุ่นที่ 35 ของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เป็นอย่างยิ่ง
