นักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ รุ่นที่ 33


ธนนนท์ คินธร

ประธานคณะกรรมการสภานักเรียน รุ่นที่ 33
ผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันภาษาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 22


“โอกาสที่จะสนุกในสิ่งที่ชอบและสิ่งที่อยากทำ”

ตลอดสามปีในรั้วน้ำเงิน-เหลือง มหิดลวิทยานุสรณ์ได้ให้โอกาสผมหลายอย่าง ทั้งในด้านวิชาการ กิจกรรม และการพัฒนาทักษะของตนเอง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ โรงเรียนนี้ได้ให้โอกาสที่จะ “สนุกในสิ่งที่ชอบและสิ่งที่อยากทำ”

เนื่องด้วยสังคมที่มีนักเรียนจากทั่วประเทศไทย ผมจึงมีโอกาสได้พบเจอบุคคลที่อาจจะมีรสนิยม-อุดมการณ์ที่ตรงกัน และได้รับฟังมุมมองที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผมสามารถตัดสินใจที่จะออกจากพื้นที่ปลอดภัย ยอมเสี่ยงเพื่อตามหาความสุขจากความเสี่ยงด้วยกันกับเพื่อนร่วมทางที่เข้าใจตัวเรา

เดิมทีแล้ว ผมเป็นคนที่ชอบฟังเพลงมาก เพราะดนตรีสามารถช่วยบำบัดจิตใจของผมได้ ทว่ารสนิยมของผมนั้นอาจไม่ตรงกับเพื่อน ๆ ในช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น ผมจึงไม่กล้าแลกเปลี่ยนเพลงที่ชอบกับเพื่อน จนกระทั่งก้าวเข้าสู่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์แล้วได้เจอเพื่อน ๆ กลุ่มใหม่ที่ชอบฟังเพลงแนวเดียวกัน ทำให้ผมสามารถพูดคุยเกี่ยวกับเพลงและดนตรีได้อย่างสบายใจ จนกล้าออกมารับโอกาสดำเนินกิจกรรมทางดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการเล่นวงดนตรี การ cover และเรียบเรียงเพลงใหม่ รวมถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมดนตรีต่าง ๆ ในโรงเรียน เมื่อมองย้อนกลับไป ผมรู้สึกว่ามีความสุขในการฟังดนตรีมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อ 3 ปีก่อน เพราะตอนนี้ “ความชอบได้ผูกพันกับความทรงจำที่ไม่มีวันลืม”

นอกจากความชื่นชอบของผมแล้ว ผมยังมีความฝันที่จะเป็นประธานนักเรียนตั้งแต่ช่วง ม.4 เพราะได้เห็นรุ่นพี่ประธานนักเรียน ณ ขณะนั้น แล้วรู้สึกว่าเขาเท่มากที่ยอมเสียสละเวลาปีสุดท้ายในโรงเรียนมาช่วยเหลือส่วนรวม แต่เนื่องด้วยกำแพงในใจที่ไม่ยอมก้าวออกจาก comfort zone ของตนเองเลยพับโปรเจกต์นี้ไป จนถึงช่วงเรียนอยู่ระดับชั้น ม.5 มีเพื่อนสองคนชวนไปสมัครเป็นกรรมการสภานักเรียน ด้วยความฝันที่กลับมาตื่นขึ้นอีกครั้ง ผมจึงตอบตกลง ทำให้มีโอกาสยืนขึ้นมาในจุดนี้ได้ แม้จะต้องยอมลดเวลาที่อยู่กับกลุ่มเพื่อน เพื่อมาทำงานเพื่อโรงเรียน แต่ผมรู้สึกสนุกมาก เพราะ “สิ่งที่เคยอยากทำได้กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปแล้ว”

สุดท้ายนี้รั้วน้ำเงิน-เหลืองนี้ได้ให้หลายสิ่งหลายอย่างแก่ผมจริง ๆ จากคนที่ยึดติดกับพื้นที่ปลอดภัย จนสามารถเดินออกมาไกลได้ขนาดนี้ แม้ช่วงเวลา 3 ปีจะไม่ได้นานมากเมื่อเทียบกับช่วงชีวิตที่เหลือ แต่มหิดลวิทยานุสรณ์ได้รังสรรค์ 3 ปีนี้ให้รู้สึกคุ้มค่า และน่าจดจำที่สุดด้วยคำว่า “พื้นที่แห่งโอกาส”


ปราชญ์ อำพนธ์

หัวหน้าฝ่ายวิชาการ คณะกรรมการสภานักเรียน รุ่นที่ 33
ผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 55


“มหิดลวิทยานุสรณ์คือบ้าน”

 “Safe Zone ของคุณคืออะไร”

มหิดลวิทยานุสรณ์ ครับ”

เป็นคำตอบของผมในห้องสัมภาษณ์เพื่อรับทุนการศึกษา และเป็นคำตอบที่ถ้าถามอีกกี่ครั้ง ผมก็คงจะตอบเหมือนเดิม

โรงเรียนเปิดโอกาสการเรียนรู้ของผมอย่างเต็มที่ ชั้นหนังสือของศูนย์วิทยบริการที่เต็มไปด้วยหนังสือโจทย์หายาก และอุปกรณ์ปฏิบัติการฟิสิกส์ที่อาจารย์อนุญาตให้ผมใช้ได้หลังคาบเรียน ได้มอบโอกาสให้ผมได้เรียนฟิสิกส์อย่างเต็มที่ การเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ทำให้ผมมีอิสระในการค้นคว้าหัวข้อวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ได้นำความสนใจในด้านต่าง ๆ มาลองแก้ปัญหาผ่านการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ในหัวข้อที่ท้าทาย การได้ฝึกการทดลองจากอุปกรณ์ที่มีความพร้อมและคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาเปิดโอกาสให้ผมได้ฝึกทักษะกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การคิดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ และการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ เป็นโอกาสการเรียนรู้ที่ทำให้ผมได้เข้าใจวิทยาศาสตร์ และพร้อมที่จะนำความรู้เหล่านั้นไปพัฒนาต่อยอดในอนาคตต่อไป

ภาพการทำโครงงานวิทยาศาสตร์สาขาชีววิทยาในรายวิชาโครงงาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ ชั้นหนังสือในศูนย์วิทยบริการ แหล่งความรู้ที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด

นอกจากนี้โรงเรียนยังปลูกฝังทักษะต่าง ๆ ด้วยกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและกิจกรรมต่าง ๆ ผมได้เข้าร่วมกิจกรรมมากมายตั้งแต่ค่าย Pre-MWIT การเป็นคณะทำงานศรีตรังเกมส์ การเป็นประธานชุมนุมเปียโน รวมไปถึงการเป็นคณะกรรมการสภานักเรียน ทุกกิจกรรมได้ฝึกให้ผมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ รู้จักการวางแผน การสื่อสาร และฝึกทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่มหิดลวิทยานุสรณ์ได้มอบให้ผมอย่างเต็มที่

คณะกรรมการสภานักเรียนระหว่างการเตรียมงาน MWIT Science Festival and Open House 2025

โรงเรียนยังสนับสนุนให้นักเรียนเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ กีฬาก็ยังมีความสนุกและท้าทายไม่น้อยไปกว่าโรงเรียนอื่น ๆ ที่ผมเคยได้เล่น ผมและเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ จะรวมตัวกันที่สนามบาสเกตบอล ชั้น 4 ศูนย์กีฬา และสนามฟุตบอลเป็นประจำ เพื่อร่วมเล่นกีฬาอย่างสนุกสนาน สร้างความสุขและร่างกายที่แข็งแรงในทุก ๆ วัน

ถึงแม้ว่าชีวิตในโรงเรียนจะเต็มไปด้วยวิทยาศาสตร์และกิจกรรมพัฒนาทักษะ ความเป็นนักเรียนในโรงเรียนประจำและได้อยู่หอพัก ทำให้ในแต่ละวันของผมเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความสุข พวกเราสนิทกันอย่างมากและคอยช่วยเหลือกันตลอดทั้งการเรียนและการใช้ชีวิต สภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่เพื่อน ๆ ต่างให้กำลังใจและสนับสนุนกันและกัน ทำให้การเรียนและการพัฒนาตัวเองเป็นไปอย่างไม่เคร่งเครียด บรรยากาศของการใช้ชีวิตในโรงเรียนเป็นเหมือนบ้านที่อัดแน่นไปด้วยความอบอุ่นที่ผลักดันให้เกิดการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ

โอกาสที่ได้รับเมื่อเข้ามาเป็นนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จึงไม่ใช่เพียงโอกาสในการเรียน แต่เป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้และพัฒนาตนเอง เพราะมหิดลวิทยานุสรณ์คือบ้านที่เปิดโอกาสให้ผมได้มีเพื่อนที่น่ารัก ได้ลองทำกิจกรรมใหม่ ๆ ได้ฝึกทักษะการทำงาน ได้เล่นกีฬาที่ชอบ ได้อ่านหนังสือในเรื่องที่สนใจ ได้ทำโครงงานในเรื่องที่ท้าทาย ประสบการณ์ที่มหิดลวิทยาสรณ์ได้หล่อหลอมทำให้ผมเติบโตและพร้อมที่จะใช้ศักยภาพของตนเองต่อไป


ปานรวี ทองพูล

ประธานหอพักหญิง คณะกรรมการสภานักเรียน รุ่นที่ 33


“ไม่ใช่แค่ผลักดันด้านวิชาการ แต่เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ”

ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศนี้ มุมมองของคนภายนอกอาจมีภาพเป็นโรงเรียนที่สนับสนุนด้านวิชาการและสร้างเด็กหัวกะทิให้ประเทศ แต่โรงเรียนของเราเป็นมากกว่านั้น ฉันจะพาทุกท่านไปพบกับโอกาสที่แท้จริงที่มากกว่าด้านวิชาการในบ้านแห่งนี้ ผ่านมุมมองของฉันซึ่งใช้เวลาอยู่ในรั้วโรงเรียนมา 3 ปี ได้รับโอกาสทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ การสร้างภาวะผู้นำ และการทำงานในยุคโลกาภิวัตน์

เมื่อพูดถึงด้านวิชาการ นักเรียนทุกคนสัมผัสได้ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาใน MWIT ทั้งห้องแล็บ สื่อการสอน และบุคลากรคุณภาพ พวกเราได้เรียนเนื้อหาที่เข้มข้น และด้วยความสนใจในสาขาชีววิทยา ฉันจึงได้ต่อยอดความรู้โดยได้เข้าค่าย สอวน.ชีววิทยา ทำโครงงานด้านชีววิทยา และเข้าร่วมแข่งขันต่าง ๆ ในสาขาชีววิทยา จนได้รับรางวัลมากมายจากทั้งในและต่างประเทศ รวมไปถึงความรู้ด้านวิชาการสาขาอื่น ๆ ก็เป็นประโยชน์และสามารถนำไปต่อยอดในระดับมหาวิทยาลัยได้เช่นกัน นอกจากนี้โรงเรียนยังได้จัดการแข่งขันภายในโรงเรียนเพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะด้านที่ตนชอบ เช่น MWIT Talk ที่ฉันได้รับรางวัลชนะเลิศ ก็เป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่สนับสนุนการเรียนภาษาของนักเรียนได้ดี

สำหรับโอกาสด้านการสร้างภาวะผู้นำ การผลักดัน “Student Empowerment” ของโรงเรียน ช่วยสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพ เป็นการเพิ่มโอกาสในการแสดงศักยภาพของเด็กแต่ละคนได้อย่างดีเยี่ยม ฉันได้รับตำแหน่งคณะกรรมการหอพัก คณะกรรมการนักเรียน และประธานหอพัก ทำให้ได้มีโอกาสร่วมพัฒนาโรงเรียนและพัฒนาทักษะในทุกด้านของตนเองมาอย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือจากนี้กิจกรรมสำคัญอย่างกีฬาสี ฉันก็เคยรับหน้าที่ประธานสีของคณะสีม่วงอีกด้วย

ทุกกิจกรรมที่โรงเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนรับบทบาทผู้นำ ช่วยสร้างพื้นฐานที่ดีในการเติบโตต่อไปของนักเรียน

ด้านสุดท้ายคือ โอกาสในการทำงานในยุคโลกาภิวัตน์ที่ทั่วโลกเชื่อมโยงถึงกัน กิจกรรมโครงการแลกเปลี่ยนกับโรงเรียนเครือข่ายในต่างประเทศ งานนำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ ISSF 2025 และการจัดกิจกรรมด้านวัฒนธรรมนานาชาติ ช่วยให้นักเรียนได้เห็นมุมมองการทำงานที่เปิดกว้าง สร้างความสัมพันธ์อันดีกับนักเรียนต่างชาติ และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ไปร่วมโครงการแลกเปลี่ยนฯ ณ สหราชอาณาจักร

พิธีกรในงาน ISSF 2025

จากทั้งหมดที่ได้นำเสนอไปคงพอทำให้ทุกท่านได้เห็นภาพถึงโอกาสที่แท้จริงที่โรงเรียนมอบให้นักเรียนเพื่อพัฒนาทักษะของเด็กทุก ๆ ด้าน ไม่ใช่แค่ผลักดันด้านวิชาการ แต่เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพไปพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต


ธีร์ธวัช อาวพิทักษ์

หนึ่งในทีม M-WITTY ผู้ชนะในรายการ Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ พ.ศ. 2567


“Sandbox ที่อยากให้นักเรียนลองใช้โอกาสให้คุ้มค่า”

ก่อนจะก้าวเข้ามาเป็นนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ผมเคยนิยาม “โอกาส” ว่าเป็นสิ่งพิเศษที่นาน ๆ จะผ่านเข้ามาสักครั้ง แต่เมื่อได้เริ่มต้นใช้ชีวิตที่นี่ ผมกลับได้ยินประโยคที่เปลี่ยนมุมมองไปอย่างสิ้นเชิงว่า “โรงเรียนแห่งนี้คือ Sandbox ที่อยากให้นักเรียนลองใช้โอกาสให้คุ้มค่า” เมื่อเวลาผ่านไป นิยามของพื้นที่ทดลองที่ปลอดภัยแห่งนี้ก็ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นผ่านประสบการณ์จริงที่หล่อหลอมให้ผมกล้าคิด กล้าลงมือทำ และเรียนรู้ที่จะเติบโตอย่างเป็นระบบภายใต้การสนับสนุนของครูและเพื่อน ๆ

โอกาสที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือการก้าวเข้าสู่โลกของ “การทำวิจัย” ที่นี่ไม่ได้สอนวิทยาศาสตร์แค่ทฤษฎี แต่เปิดพื้นที่ให้ผมสวมบทบาทนักวิทยาศาสตร์อย่างเต็มตัว ผมได้มีโอกาสทำโครงงานด้านพฤกษศาสตร์และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งทำให้เห็นว่างานวิจัยไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เริ่มจากความสงสัยเล็ก ๆ ที่ผ่านการพิสูจน์อย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การตั้งคำถาม การเก็บข้อมูล ไปจนถึงการสื่อสารสิ่งที่ค้นพบ ประสบการณ์นี้ไม่เพียงแต่ให้ความรู้เชิงวิชาการ แต่ยังสอนทักษะชีวิตที่ล้ำค่า ทั้งความอดทน ความละเอียดรอบคอบ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดสู่ระดับอุดมศึกษา

ผมยังได้รับโอกาสเป็นตัวแทนโรงเรียนเข้าร่วมแข่งขันในรายการ Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นบททดสอบการทำงานเป็นทีมภายใต้ความกดดัน โดยมีโรงเรียนคอยสนับสนุนและเตรียมความพร้อมให้ในทุกขั้นตอน ทั้งคำแนะนำ เทคนิคดี ๆ และกำลังใจอันล้ำค่าจากคุณครูและเพื่อน ๆ ทุกคนที่ช่วยให้พวกเรามั่นใจและรับมือกับโจทย์ที่ท้าทายได้สำเร็จ ชัยชนะที่ได้รับเป็นเครื่องยืนยันว่า การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การอ่านหนังสือ แต่เกิดจากการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง

ในโอกาสที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ครบรอบ 36 ปี ผมขอขอบคุณ “Sandbox” แห่งนี้ที่มอบพื้นที่ให้ผมได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง โอกาสมากมายที่ได้รับทำให้ผมมั่นใจในเส้นทางที่เลือก และเชื่อมั่นว่าความพยายามเล็ก ๆ เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จะสามารถต่อยอดไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าได้เสมอ ผมจะนำทุกทักษะและแรงบันดาลใจที่ได้รับจาก MWIT ไปสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมต่อไปในอนาคต